นิทานชาดก

คุณสมบัติของผู้นำ

คุณสมบัติของผู้นำ ในสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภโอวาทของพระราชา ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพระฤๅษีนำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าหิมพานต์ มีรากไม้และผลไม้เป็นอาหาร ในสมัยนั้น พระเจ้าพรหมทัตขึ้นครองราชสมบัติในเมืองพาราณสี พระองค์เป็นผู้รังเกียจความไม่ดี วันหนึ่งทรงดำริว่า “เราปกครองเมืองมานี้ มีใครเดือนร้อนและกล่าวโทษของเราบ้างหรือไม่” จึง ทรงแสวงหาอยู่ทั้งในวังและนอกวังก็ไม่พบใครกล่าวโทษพระองค์เลย จึงทรงปลอมพระองค์ไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ก็ไม่พบเห็นจึงแวะเข้าไปในป่าหิมพานต์เข้าไปสนทนากับฤๅษีด้วยทำทีเป็นคนหลง ทาง ฤๅษีได้ทำการต้อนรับด้วยผลไม้ป่านานาชนิด พระราชาปลอมได้เสวยผลไม้ป่ามีรสหวานอร่อยดี จึงถามถึงสาเหตุที่ทำให้ผลไม้มีรสหวานอร่อยดี ฤๅษีจึงทูลว่า “ท่านผู้มีบุญ เป็นเพราะพระราชาครองราชย์โดยธรรมเป็นแน่ ผลไม่จึงมีรสหวานอร่อยดี” พระราชาปลอมสงสัยจึงถามอีกว่า “ถ้าพระราชาไม่ครองราชย์โดยธรรมแล้ว ผลไม้จะมีรสชาติเป็นเช่นไร พระคุณเจ้า “ฤๅษีตอบไปว่า “ผลไม้ก็จะมีรสขมฝาด หมดรสชาติไม่อร่อยละโยม” พระราชาปลอมสนทนาเสร็จแล้วก็ขอลาฤๅษีกลับเมืองไป ทรงทำการทดลองคำพูดของพระฤๅษีด้วยการไม่ประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นปีแล้วกลับไป หาฤๅษีอีกครั้ง ฤๅษีก็ทำการต้อนรับด้วยผลไม้เช่นเดิม พอผลไม้เข้าปากเท่านั้นก็ต้องถ่มทิ้งไป เพราะผลไม้มีรสขมฝาด […]

Read More

กบเขียว

กบเขียว ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเวฬุวันเมืองราชคฤห์ ทรงปรารภพระเจ้าอชาตศัตรูผู้หลานทำสงครามกับพระเจ้าโกศลผู้ปู่ต่างพลัดกัน แพ้ชนะอยู่ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นกบเขียวอยู่ในแม่น้ำแห่งหนึ่ง ในสมัยนั้นชาวบ้านจะดักลอบจับปลาในแม่น้ำ ที่ในลอบหลังหนึ่งมีปลาเข้าไปติดอยู่เป็นจำนวนมาก มีงูปลาตัวหนึ่งเห็นปลาติดลอบจำนวนมากคิดจะเข้าไปกินปลา จึงเข้าไปในลอบหลังนั้น ถูกปลารุมกัดจนเลือดนองไปทั่วร่าง ดิ้นรนจนออกมาได้ แล้วนอนอยู่บนฝั่งใกล้ ๆ ลอบหลังนั้น กบเขียวที่นอนอยู่บนหลังลอบได้เห็นเหตุการณ์นั้นโดยตลอด งูปลาเหลือบไปเห็นกบแล้วถามว่า ” ท่านกบเขียว ปลาทั้งหลายรุมกัดฉันผู้เข้าไปในลอบ เรื่องนี้ท่านว่าถูกหรือไม่ ” กบเขียวตอบว่า ” สหาย ถูกแล้ว เพราะถ้าปลามาถิ่นท่าน ท่านก็ต้องกินปลาเป็นธรรมดา ฝ่ายปลาก็กินท่านผู้มาถิ่นของเขาเช่นกัน การอ่อนข้อให้ผู้อื่นในถิ่นหากินของตนไม่มีดอก ” แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า ” บุรุษผู้มีอิสรภาพอยู่เพียงใด ก็ย่ำยีผู้อื่นได้อยู่เพียงนั้น คนอื่นมาย่ำยีตนคราวใด คราวนั้น […]

Read More

นางนกไส้

นางนกไส้ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ ทรงปรารภพระเทวทัตผู้ไม่มีความกรุณาปรานีแก่หมู่สัตว์ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วพระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาช้างมีช้างประมาณ ๘๐,๐๐๐ เชือก เป็นบริวารอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ และในที่ไม่ไกลจากที่อยู่ของช้างนั้นมีไข่นางนกไส้ (นกต้อยตีวิด) ตัวหนึ่งตกฟองไข่อยู่ที่พื้นดินใกล้ทางเดินของพญาช้าง ในรังนั้นมีลูกนกออกใหม่หลายตัว วันหนึ่ง พญาช้างนำบริวารหากินไปถึงที่นั่น นางนกไส้เห็นช้างกำลังเดินมา กลัวว่าช้างจะเหยียบลูกน้อยจึงประคองปีกทั้งสองข้างและยืนอยู่ต่อหน้าพญา ช้างพร้อมพูดอ้อนวอนว่า “ท่านพญาช้าง ข้าพเจ้าขอไหว้ท่านด้วยปีกทั้งสอง ขอพวกท่านอย่าได้เหยียบลูกน้อยของข้าพเจ้าผู้ไม่มีกำลังเลย” พญาช้างตอบว่า “แม่นางนกไส้ ไม่ต้องกลัวเราจะรักษาลูกของเจ้าให้เอง” ว่าแล้วก็ยืนค่อมรังนกไว้ แล้วให้ช้างบริวารเดินผ่านไปก่อน แล้วได้กล่าวเตือนนางนกไส้ว่า “ยังมีช้างเกเรเชือกหนึ่งมักหากินผู้เดียว จะตามหลังมา เขาไม่อยู่ในโอวาทของเรา เจ้าจงอ้อนวอนเขาเองนะ” ว่าแล้วก็เดินตามหลังช้างบริวารไป ต่อมาไม่นานนักช้างหัวดื้อชอบแตกโขลงตัวนั้นก็มาถึงที่นั่น นางนกไส้ก็แสดงตนพร้อมพูดอ้อนวอนเหมือนกับครั้งก่อน ช้างนั้นพอได้ฟังว่ามีลูกนกอยู่ข้างหน้ายิ่งชอบใจใหญ่ กล่าวตอบนางนกไส้ว่า “แม่นางนกไส้เอ๋ย.. เราจักฆ่าลูกน้อยของเจ้าให้หมดสิ้น […]

Read More

ขอในสิ่งที่ไม่ควรขอ

ขอในสิ่งที่ไม่ควรขอ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่อัคคาฬวเจดีย์เมืองอาฬวี ทรงปรารภกุฏิการสิกขาบทที่ภิกษุชาวเมืองอาฬวี พากันสร้างกุฏิด้วยการเที่ยวขอไม่มีขีดจำกัด เป็นเหตุให้ชาวเมืองอาฬวีเดือดร้อน เมื่อเห็นพระภิกษุที่ไหนก็พากันหลบหนีหน้าไปหมด พระองค์จึงตรัสติเตียนพวกภิกษุว่า ” ภิกษุทั้งหลาย ขึ้นชื่อว่าการขอ อย่าว่าแต่มนุษย์เลย แม้พวกนาคในนาคภิภพ ก็ไม่ชอบใจ ” แล้วทรงนำอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์ได้ไปเกิดเป็นพราหมณ์ในตระกูลมั่งคั่งมากตระกูลหนึ่ง ท่านมีน้องชายคนหนึ่งรักกันมาก ต่อมาเมื่อมารดาบิดาได้เสียชีวิตลงไปแล้ว พราหมณ์สองพี่น้องก็พากันสละทรัพย์สมบัติบริจาคทานออกบวชเป็นฤาษีบำเพ็ญ พรตอยู่ฝั่งแม่น้ำคงคา ฤาษีพี่ชายอยู่ทางทิศเหนือของแม่น้ำ ส่วนฤาษีน้องชายอยู่ทางทิศใต้ของแม่น้ำ ต่อมาวันหนึ่ง พญานาคมณิกัฏฐะได้แปลงกายเป็นชายหนุ่มออกเที่ยวเล่นไปตามฝั่งแม่น้ำคงคา เมื่อผ่านไปถึงอาศรมของฤาษีผู้น้องจึงแวะเข้าไปสนทนาด้วยเกิดความสนิทสนม คุ้นเคยชอบพอกันกับฤาษีผู้น้องนั้น จึงมาเยี่ยมเยือนทุกวันมิได้เว้น เมื่อสนทนาเสร็จก่อนจะกลับก็จะคืนร่างเป็นพญานาคเอาขนดหางตะหวัดรัดรอบฤาษี แผ่พังพานไว้เหนือหัวด้วยความสิเนหาในฤาษีนั้น นอนพักอยู่หน่อยหนึ่งแล้วค่อยคลายร่างออกไหว้ฤาษีแล้วจึงกลับนาคพิภพ จะเป็นเช่นนี้ประจำ ฤาษีนั้นทุกครั้งที่ถูกรัดตัวเกิดความกลัวจึงกินไม่ได้นอนไม่หลับจนร่าง กายซูบซีดผ่ายผอมลงทุกวัน วันหนึ่ง ท่านได้แวะไปหาฤาษีพี่ชาย เล่าเรื่องให้ฟังแล้วปรับทุกข์กับพี่ชายว่า ” […]

Read More

พญาเนื้อทอง

พญาเนื้อทอง ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวีตถี ทรงปรารภธิดาของตระกูลอุปัฏฐากพระอัครสาวกทั้งสอง (พระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ) นางหนึ่งผู้สามารถทำให้ครอบครัวสามีเป็นมิจฉาทิฏฐิกลับเป็นสัมมาทิฏฐิ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาเนื้อมีผิวพรรณดุจทอง มีนางเนื้อผู้ภรรยาที่น่ารัก ปกครองเนื้อประมาณ ๘๐,๐๐๐ ตัว อาศัยอยู่ป่าแห่งหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่ง พญาเนื้อนั้นพาบริวารออกหากิน เท้าได้ติดบ่วงนายพราน พยายามดิ้นสุดชีวิตหวังให้บ่วงขาด บ่วงกลับยิ่งรัดเข้าติดกระดูกข้อเท้า สร้างความเจ็บปวดทรมานอย่างยิ่งจึงร้องขึ้นว่า “เราติดบ่วงแล้ว พวกท่านจงพากันหนีไป” หมู่เนื้อพอได้ยินก็พากันหนีไป ส่วนนางเนื้อภรรยาวิ่งหนีไปได้หน่อยหนึ่งไม่เห็นสามีวิ่งตามมาด้วย จึงวิ่งย้อนกลับไปที่เดิม เห็นสามีติดบ่วงอยู่จึงร้องไห้คร่ำครวญ ว่า “พี่.. ท่านเป็นผู้มีกำลังมาก พยายามดึงบ่วงให้หลุดเถิด น้องอยู่คนเดียวในป่านี้โดยไม่มีพี่ไม่ได้นะ” พญาเนื้อตอบภรรยาว่า “น้อง..พี่ได้พยายามแล้ว แต่บ่วงมันไม่ขาด มันยิ่งรัดแน่นเข้าจนเท้าพี่จะขาดแล้วละ” นางเนื้อภรรยาพูดปลอบใจสามีว่า “พี่ไม่ต้องกลัว น้องจะอยู่เป็นเพื่อนพี่เอง […]

Read More

พระราชกุมารผู้อัจฉริยะ

พระราชกุมารผู้อัจฉริยะ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภการสรรเสริญปัญญาพระองค์ของพวกภิกษุ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นราชกุมารของพระเจ้าชนสันธะ ผู้ครองเมืองพาราณสี มีหน้าตาสดใสงดงามมากจึงถูกขนานนามว่าอาทาสมุขกุมาร พอมีอายุได้ ๗ ขวบเท่านั้นพระชนกก็สวรรคต พวกอำมาตย์เห็นว่าพระกุมารยังไม่อยู่ในฐานะจะครองเมืองได้ จึงจะทดสอบภูมิปัญญาของพระกุมารดู ในวันหนึ่ง ได้ตกแต่งพระนครใหม่ จัดตั้งสถานวินิจฉัย( ศาล )เสร็จแล้ว ได้มอบให้พระกุมารขึ้นตัดสินคดีความ พอพระกุมารประทับบนบัลลังก์แล้วก็ให้เอาลิงตัวหนึ่งซึ่งสามารถเดิน ๒ เท้าได้แต่งตัวเป็นอาจารย์ผู้รู้วิชาดูที่ แล้วถวายรายงานพระราชกุมารว่า ” ขอเดชะ นี่คืออาจารย์ผู้รู้วิชาดูที่ สมัยของพระชนก ขอพระองค์จงสงเคราะห์ชายผู้นี้ แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้วยเถิด” พระราชกุมารแลดูผู้นั้นแล้วทราบว่าเป็นลิงมิใช่มนุษย์จึงตรัสว่า ” สัตว์ตัวนี้ไม่ฉลาดทำบ้านเรือน หลุกหลิก หนังหน้าย่น รู้แต่จะทำลายสิ่งที่เขาทำไว้แล้วเท่านั้น จะให้เป็นที่ปรึกษาไม่ได้ ” พวกอำมาตย์รับคำแล้วนำลิงนั้นกลับไป […]

Read More

หมอผู้โชคร้าย

หมอผู้โชคร้าย ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารถพระเทวทัตผู้ไม่อาจทำความสะดุ้งกลัวแก่พระองค์ได้จึงตรัสอดีตนิทาน มาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิ์สัตว์เกิดเป็นลูกชายพ่อค้าในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เป็นเด็กมีอายุได้ ๗-๘ ขวบ วันหนึ่ง ขณะกำลังเล่นอยู่ใต้ต้นไทรหน้าบ้านกับเพื่อนวัยเดียวกัน มีหมอร่างกายพิการคนหนึ่งเดินออกจากบ้านมาพบเด็กกำลังเล่นกันอยู่ เหลือบไปเห็นงูตัวหนึ่งโผล่หัวออกมาจากโพรงไม้ จึงคิดวางแผนไว้ในใจว่า “เราเดือดร้อนเงิน ไม่มีใครว่าจ้างเราน่าจะหลอกเด็กพวกนี้ให้งูกัด แล้วเราจะได้รักษามีเงินใช้” คิดได้แล้วก็เรียกเด็กที่เล่นอยู่มาแล้วพูดว่า “หลานชาย.. เจ้าอยากได้นกสาลิกาไหม นั้นไงบนต้นไม้นั้น มันอยู่ในโพรงนั่นเอง” ลูกชายพ่อค้าไม่รู้ว่ามันเป็นงู จึงปีนต้นไม้ขึ้นไปจับถูกคองู พอรู้ว่ามันเป็นงูเห่าก็รีบเหวี่ยงทิ้งไป บังเอิญว่างูนั้นถูกเหวี่ยงไปทางหมอร่างกายพิการคนนั้นพอดี งูจึงรัดคอและก็กัดหมอร่างกายพิการไปหลายที พิษงูทำให้หมอคนนั้นล้มลงเสียชีวิตไปทันทีเพราะไม่สามารถเยียวยาได้ทัน แล้วงูก็เลื้อยเข้าป่าไป ชาวบ้านต่างพากันมุงดูร่างกายของหมอที่นอนตายอย่างน่าสมเพช พระพุทธองค์เมื่อตรัสอดีตนิทานจบแล้วจึงตรัสพระคาถาว่า “ผู้ใดประทุษร้ายผู้บริสุทธิ์ ผู้ไม่มีความผิด บาปย่อมกลับมาถึงคนพาลนั้นเอง เหมือนละอองฝุ่นที่บุคคลชัดไปทวนลม ย่อมกลับมากระทบเขาเอง ฉะนั้น” […]

Read More

ชายจมูกแหว่ง

ชายจมูกแหว่ง ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภพวกภิกษุได้บูชาต้นโพธิ์ด้วยดอกบัวเพราะอาศัยพระอานนทเถระผู้ฉลาดใน การกล่าวถ้อยคำ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นลูกชายของเศรษฐีคนหนึ่งในเมืองพาราณสี มีเพื่อนที่เป็นลูกชายเศรษฐีด้วยกันอีก ๒ คน ในสมัยนั้นมีชายจมูกแหว่งอยู่คนหนึ่งทำหน้าที่ดูแลสระดอกบัวอยู่ชานเมือง พาราณสี วันหนึ่งในเมืองมีมหรสพ ลูกชายเศรษฐีทั้ง ๓ คนได้พากันไปที่สระดอกบัวเพื่อขอดอกบัวประดับกายเพื่อไปเที่ยวงานมหรสพนั้น พอไปถึงสระดอกบัวแล้วลูกชายเศรษฐีคนที่ ๑ ได้พูดขอดอกบัวกับชายจมูกแหว่งว่า ” พี่ชาย ผมและหนวดที่ตัดแล้วยังงอกขึ้นได้ ขอให้จมูกของท่านงอกขึ้นเช่นกัน ผมขอดอกบัวด้วยครับ ” ชายจมูกแหว่งโกรธไม่ชอบใจจึงไม่ให้ดอกบัวแก่เขา ต่อจากนั้น ลูกชายเศรษฐีคนที่ ๒ ได้พูดขอดอกบัวว่า ” พี่ชาย ข้าวที่หว่านในนายังงอกขึ้นได้ ขอให้จมูกท่านงอกได้เช่นกัน ผมขอดอกบัวด้วยครับ ” ชายจมูกแหว่งก็ยังโกรธอีกไม่ให้ดอกบัวแก่เขา พระโพธิสัตว์จึงพูดขอดอกบัวเป็นคนที่ […]

Read More

ค่าจ้างเรือ

ค่าจ้างเรือ ในสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภคนแจวเรือประจำท่าคนหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดไปเป็นฤๅษี บำเพ็ญอยู่ในป่าหิมพานต์เป็นเวลาช้านาน คิดอยากจะโปรดญาติโยม จึงเข้าไปเที่ยวภิกขาจารในเมืองพาราณสี พระราชาทรงเลื่อมใสแล้วนิมนต์ให้จำพรรษาในสวนหลวงเพื่อถวายทาน พระราชาจะเสด็จไปฟังธรรมวันละครั้ง ฤๅษีมักจะให้โอวาทเป็นประจำว่า “มหาบพิตร พระราชาไม่ควรมีอคติ ๔ อย่าง คือเป็นผู้ไม่ประมาทสมบูรณ์ด้วยขันติ มีเมตตากรุณา ครองราชย์โดยธรรม ที่สำคัญพระองค์อย่างทรงโกรธเป็นอันขาด ไม่ว่าในที่ไหนๆก็ตาม จะเป็นในบ้านในป่าหรือที่ลุ่มที่ดอนก็ตาม ถ้าทำได้พระองค์จะเป็นที่รักของทวยราษฎร์ตลอดไป” พระราชาทรงเลื่อมใส จึงได้ถวายหมู่บ้านที่สามารถเก็บส่วยได้ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กหาปณะให้ ๑ ตำบล แต่ฤๅษีไม่รับเพราะถือเป็นกิเลส จนเวลาผ่านไปได้ ๑๒ ปี ฤๅษีคิดจะเดินทางไปโปรดญาติโยมที่อื่นบ้างจึงไม่ได้เข้าเฝ้าทูลลาพระราชา เพียงบอกให้คนเฝ้าสวนหลวงไปกราบทูลให้ทรงทราบ แล้วก็ออกเดินทางจนไปถึงฝั่งของแม่น้ำคงคา ที่ท่าเรือแห่งนี้มีคนแจวเรือไปส่งคนข้ามฟากแล้ว่ค่อยคิดเงินค่าจ้างเอาตาม ใจชอบอยู่คนหนึ่ง เมื่อลูกค้าไม่ให้ก็มักจะมีเรื่องทะเลาะชกต่อยและขู่เอาเงินค่าจ้างจากผู้ […]

Read More

ปูทอง

ปูทอง ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภหญิงชาวเมืองผู้ปกป้องสามีจากพวกโจรคนหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีบึงใหญ่อยู่ใกล้ป่าหิมพานต์อยู่บึงหนึ่ง ในบึงมีปูทองตัวขนาดเท่าลานนวดข้าวตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มันสามารถจับช้างที่มาดื่มน้ำกินเป็นอาหารได้ ฝูงช้างกลัวปูทองตัวนั้นมากจึงไม่กล้าลงไปในบึงนั้น สมัยนั้น พระโพธิสัตว์ได้ถือปฏิสนธิในครรภ์ของช้างพังเชือกหนึ่ง เพื่อป้องกันอันตรายจากปูทอง ช้างพังนั้นได้ไปอยู่ที่ภูเขาลูกหนึ่ง จนพระโพธิสัตว์เติบโตขึ้นจนมีช้างพังเชือกหนึ่งเป็นภรรยาแล้วจึงได้กลับมา ยังที่อยู่เดิม วันหนึ่ง ช้างโพธิสัตว์ได้เข้าไปพูดกับพญาช้างผู้เป็นบิดาว่า ” พ่อ ฉันจักจับปูทอง ” พญาช้างห้ามไว้เพาะไม่เห็นด้วยเกรงว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับลูกตน แต่สุดท้ายทนคำขอของลูกช้างไม่ได้ก็ต้องใจอ่อน ช้างโพธิสัตว์ได้เรียกประชุมฝูงช้างแล้วเดินไปใกล้บึงนั้นแล้วถามขึ้นว่า ” ท่านทั้งหลาย ปูทองจะจับช้างในเวลาลงไปหรือเวลาขึ้นจากน้ำ ” เหล่าช้างตอบว่า ปูทองมักจะจับช้างในเวลาขึ้นจากน้ำเท่านั้น ช้างโพธิสัตว์จึงบอกช้างทุกตัวลงไปในบึงดื่มน้ำให้อิ่มแล้วค่อยขึ้นมา ส่วนตนจะตามขึ้นมาทีหลัง ช้างทุกตัวได้ลงไปดื่มน้ำในบึงแบบกล้า ๆ กลัว ๆ ขณะที่ช้างโพธิสัตว์กำลังจะขึ้นจากน้ำตามหลังฝูงช้างก็ถูกปูทองหนีบ ๒ […]

Read More

พญาไก่ป่า

พญาไก่ป่า ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้กระสันจะสึกรูปหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิ์สัตว์ได้ไปเกิดเป็นพญาไก่ป่า มีไก่เป็นบริวารหลายร้อยตัว อาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง และมีนางแมวตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในที่ไม่ไกลจากที่อยู่ของไก่ป่านั้น มันเที่ยวใช้อุบายหลอกล่อจับไก่ป่ากินเป็นอาหารเกือบหมด พญาไก่ป่าทราบว่าบริวารถูกนางแมวจับกินไปเกือบหมดก็ไม่ไปใกล้ที่อยู่ของมัน จนหลายวันต่อมา นางแมวไม่เห็นไก่ตัวใดไปใกล้ที่อยู่ของตน นางแมวจึงต้องดั้นด้นมาหาไก่เสียเอง มันเดินย่องเข้าไปใต้โคนไม้ที่พญาไก่ป่าจับอยู่ พร้อมกับพูดขึ้นว่า “พ่อไก่น้อยสีแดง ผู้มีขนสวยงาม เจ้าลงมาจากกิ่งไม้เถิด เราจะยอมเป็นภรรยาท่าน” พญาไก่ป่ารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของมันจึงตอบไปว่า “นางแมวเอ๋ย เจ้าเป็นสัตว์ ๔ เท้าที่สวยงาม ส่วนเราเป็นสัตว์ ๒ เท้า แมวกับไก่อยู่ร่วมกันไม่ได้ดอก เชิญท่านไปหาผู้อื่นเป็นสามีเถิด” นางแมวยังไม่ยอมลดละความพยายามยังพูดออดอ้อนว่า “พ่อไก่น้อย ฉันจะเป็นภรรยาผู้สวยงาม ร้องเสียงไพเราะเพื่อเจ้า เจ้าจะรู้ว่าฉันเป็นภรรยาสาวพรหมจรรย์ที่สวยงาม ร้องเสียงไพเราะเพื่อเจ้า เจ้าจะรู้ว่าฉันเป็นภรรยาสาวพรหมจรรย์ที่สวยงามและมีความสุขที่สุด” […]

Read More

พระราชาผู้รู้เสียงสัตว์

พระราชาผู้รู้เสียงสัตว์ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถีทรงปรารภภิกษุผู้ถูกภรรยาเก่า เล้าโลมจนกระสัน อยากจะสึกรูปหนึ่งได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นท้าวสักกะอยู่บนสวรรค์ ในสมัยนั้นพระเจ้าเสนกะครองราชสมบัติในเมืองพาราณสี อยู่มาวันหนึ่งพระราชาเสด็จประพาสเมือง มีนาคราชตนหนึ่ง กำลังเที่ยวจับเหยื่อบนบกกินอยู่ ถูกเด็กชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเอาไม้ทุบตีด้วยว่าเข้าใจว่าเป็นงู พระราชาเสด็จไปถึงที่นั้นพอดี จึงรับสั่งห้ามไว้และให้ปล่อยไปเสีย ฝ่ายนาคราชเมื่อมีชีวิตรอดกลับไปก็สำนึกในบุญคุญของพระราชา ตกดึกเวลาเที่ยงคืน จึงจำแลงตนเข้าเฝ้าพระราชาถึงที่บรรทม มอบแก้วแหวนเงินทองให้พระเสนกะพร้อมผูกมิตรภาพเป็นพระสหายกัน นับตั้งแต่วันนั้น พระราชาจึงมีแขกเป็นนาคมาเข้าเฝ้าเสมอทุกคืน อยู่ต่อมา นาคราชได้มอบหมายให้นางนาคผู้ไม่อิ่มในกามตนหนึ่งมาประจำอยู่ข้างพระเจ้าเสน กะ เพื่อทำหน้าที่ปกป้องและส่งข่าวแก่ตนยามพระราชาต้องการความช่วยเหลือ พร้อมกับมอบมนต์บทหนึ่งให้พระราชาไว้ใช้ร่ายในคราวไม่เห็นนางนาคตนนั้น อยู่มาวันหนึ่งพระเจ้าเสนกะเสด็จประพาสสวนหลวงพร้อมด้วยบริวาร ขณะลงเล่นน้ำในสระ นางนาคเห็นงูน้ำตัวหนึ่งจึงแปลงร่างเป็นงูเสพสมกันอยู่ พระราชาเมื่อไม่ทรงเห็นนางนาคจึงร่ายมนต์เห็นนางนาคกำลังทำอนาจารอยู่จึงใช้ ซีกไม่ไผ่ตี นางนาคโกรธจึงกลับคืนที่นาคพิภพรายงานในนาคราชทราบว่า “พระเจ้าเสนกะสหายท่านตีข้าพเจ้า จึงกลับมานี่แหละ” พร้อมกับเปิดรอยตีให้ดู นาคราชไม่ทรงทราบความจริง คิดว่าพระเจ้าเสนกะดูหมิ่นคนของตนจึงส่งนาคทหาร ๔ ตนไปทำลายที่บรรทมของพระราชา เมื่อนาคทหารทั้ง […]

Read More

เต่าชอบโอ้อวด

เต่าชอบโอ้อวด ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุสหายกันสองรูปที่มักเถียงกันว่า ใครรูปหล่อกว่ากัน ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์ได้เกิดเป็นรุกขเทวดาประจำอยู่ต้นไม้ อยู่ที่ฝั่งแม่น้ำคงคา สมัยนั้นมีปลาอยู่ ๒ ตัว ตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในแม่น้ำคงคา อีกตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในแม่น้ำยมุนา ปลาทั้ง ๒ ตัวเมื่อว่ายมาเจอกันที่แม่น้ำทั้ง ๒ สายมาบรรจบกันตรงที่ต้นไม้นั้นอยู่ก็มักจะทุ่มเถียงกันว่าใครงามกว่ากันเสมอ ต่างก็ว่าตัวเองนั้นงามกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ตกลงกันไม่ได้สักที จึงพากันไปหาเต่าตัวหนึ่งเป็นผู้ตัดสินให้ว่าใครงามกว่ากัน “ท่านเต่าผู้น่ารัก ขอท่านได้โปรดช่วยตัดสินให้พวกข้าพเจ้าด้วยว่าใครงามกว่ากัน” เต่าตัดสินว่า “ท่านปลาทั้งสอง ท่านที่มีอยู่แม่น้ำคงคาก็งามดีไม่มีที่ติ ท่านที่อยู่แม่น้ำยมุนาก็งามดีไม่มีที่ติ แต่เรางามกว่าพวกท่านทั้งสองอยู่ดี” ปลาทั้ง ๒ ตัวฟังคำตัดสินของเต่าแล้วก็ด่ามันกว่า “เจ้าเต่าชั่ว เจ้าไม่ตอบคำถามของพวกเรากลับตอบไปอย่างอื่น” แล้วก็กล่าวเป็นคาถาว่า “ท่านไม่ตอบเรื่องที่เราถาม เราถามอย่างหนึ่ง ท่านกลับตอบเสียอีกอย่างหนึ่ง […]

Read More

โลภมากลาภหาย

โลภมากลาภหาย ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุณีชื่อถูลนันทา ผู้ไม่รู้จักประมาณในการบริโภคกระเทียม สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์ได้เกิดเป็นพราหมณ์ตระกูลหนึ่ง มีภรรยาและได้ลูกสาว ๓ คน ชื่อ นันทา นันทวดี และสุนันทา พอลูกสาวทั้ง ๓ ได้สามีแล้ว พราหมณ์ก็ได้เสียชีวิต และไปเกิดเป็นหงส์ทองคำสามารถระลึกชาติได้ วันหนึ่ง ได้เห็นความลำบากของนางพราหมณีและลูกสาวของตนที่ต้องทำงานรับจ้างคนอื่น เลี้ยงชีพ จึงเกิดความสงสาร ได้โผบินไปจับที่บ้านนางพราหมณีแล้วเล่าเรื่องราวให้แก่นางพราหมณีและลูกสาว ฟัง และยังได้สลัดขนให้แก่พวกเขาเหล่านั้นคนละหนึ่งเส้นขนแล้วก็บินจากไป หงส์ทองได้มาหาเป็นระยะๆ มาครั้งใดก็สลัดขนให้ครั้งละหนึ่งเส้นขน ด้วยเหตุนี้นางพราหมณีและลูกสาวจึงร่ำรวยและมีความสุขไปตามๆ กัน ต่อมาวันหนึ่งนางพราหมณีได้บังเกิดความโลภขึ้นจึงปรึกษากับลูกๆ ว่า ” ถ้าหงส์ทองมาในครั้งนี้ พวกเรา จะจับถอนขนเสียให้หมด […]

Read More

เรือนจำที่แท้จริง

เรือนจำที่แท้จริง ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภเรือนจำสำหรับคุมขังผู้คน ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลายเครื่องจองจำเหล่านั้นไม่นับว่าเป็นเรือนจำที่แท้จริง เครื่องผูกที่เรียกว่ากิเลสตัณหาในทรัพย์สมบัติ บุตรและภรรยา ถือเป็นเรือนจำที่แท้จริง มั่นคงยิ่งกว่า ตัดได้ยากยิ่งกว่า โบราณบัณฑิตได้ตัดเรือนจำนี้ แล้วออกบวช” แล้วได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นลูกชายโทนของตระกูลคหบดีเก่าแก่ แต่ยากจนตระกูลหนึ่ง พอบิดาเสียได้ชีวิตไปแล้วเขาก็ได้ออกรับจ้างหาเลี้ยงมารดา ในเวลาต่อมาพอเขาแต่งงานแล้วมารดาก็เสียชีวิตไปอีกคน ใจจริงแล้วเขาไม่อยากที่จะแต่งงาน  เขาอยากที่จะออกบวชมากกว่า เพราะมองเห็นความลำบากของตนเอง แต่ก็ต้องแต่งงานตามใจมารดา ต่อมาไม่นาน ภรรยาของเขาตั้งครรภ์ เขาไม่รู้ว่านางตั้งครรภ์จึงพูดกับนางในวันหนึ่งว่า “นี่น้อง เธอจงดูแลตัวเองนะ พี่จะไปบวชละ” ภรรยาบอกว่า “พี่..ฉันท้องแล้วนะ เมื่อฉันคลอดลูกแล้วพี่ค่อยบวชเถิด” เขาจึงอยู่ต่อจนนางคลอดลูกแล้วจึงพูดอำลานางอีกว่า “น้อง..พี่จะออกบวชแล้วนะ ขอให้เธอดูแลลูกน้อยนะ” นางขอร้องว่า “พี่..ขอให้ลูกหย่านมก่อนเถอะ พี่ค่อยไป” ต่อมาอีกสองสามเดือนภรรยาก็ตั้งครรภ์อีก […]

Read More

ดาบสขี้โกง

ดาบสขี้โกง ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้มักหลอกลวงรูปหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองพาราณสี มีชฎิลโกงผู้หนึ่งเป็นดาบสที่ชอบหลอกลวง อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ภายใต้การอุปถัมภ์คำ้ชูของพ่อค้าคนหนึ่ง เขาได้สร้างศาลาให้ดาบสและปรนนิบัติด้วยอาหารอันประณีต และด้วยเชื่อว่าดาบสเป็นผู้ทรงศีล เขาจึงได้นำทองคำร้อยแท่งไปฝังไว้ใกล้ๆ ศาลาของดาบสนั้น เพื่อให้ดาบสช่วยดูแลรักษา ดาบสพูดให้เขาเกิดความสบายใจว่า ” ขึ้นชื่อว่าความโลภในสิ่งของผู้อื่น บรรพชิตไม่มีเลย ” เวลาผ่านไปสองสามวัน ดาบสได้นำทองคำไปฝังไว้เสียที่แห่งอื่น แล้วย้อนกลับมา ในวันรุ่งขึ้นฉันอาหารในบ้านของพ่อค้าแล้วกล่าวอำลาว่า ” อาตมาอาศัยท่านอยู่นานแล้ว ความพัวพันกับกับมนุษย์ย่อมมี ธรรมดาการพัวพันเป็นมลทินของบรรพชิต เพราะฉะนั้น อาตมาจะขอลา ” แม้พ่อค้าจะอ้อนวอนอย่างไร ก็จะไม่อยู่ท่าเดียว เมื่อพ่อค้าบอกว่า ” ไปเถิดพระคุณเจ้า […]

Read More

กากินน้ำทะเล

กากินน้ำทะเล ในกาลหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระอุปนันทเถระผู้ไม่รู้จักพอแล้วเที่ยวสอนภิกษุอื่นให้รู้จักพอ จึงตรัสพระคาถาว่า ” บุคคลควรตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน แล้วพึงสั่งสอนผู้อื่นในภายหลัง บัณฑิตจะไม่พึงเศร้าหมอง “ แล้วได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นเทวดารักษาสมุทร สมัยนั้นมีกาน้ำตัวหนึ่งหากินอยู่ในมหาสมุทรนั้นแบะมักจะร้องห้ามฝูงนกฝูง ปลาว่า ” ท่านทั้งหลาย จงดื่มกินน้ำทะเลเพียงเล็กน้อยนะ ช่วยกันประหยัดน้ำทะเลด้วย ” เทวดาเห็นพฤติกรรมดังกล่าวของมันจึงบังเกิดความสงสัยแล้วจึงถามไปว่า ” ใครนะ ที่บินวนเวียนอยู่แถวนี้ เที่ยวร้องห้ามฝูงนกฝูงปลาอยู่ ท่านจะไปเดือดร้อนอะไรกับน้ำทะเลด้วยละ ” มันจึงตอบว่า ” ข้าพเจ้าคือกาผู้ไม่รู้จักอิ่ม ปรารถนาจะดื่มน้ำทะเลผู้เดียว กลัวว่าน้ำทะเลจะหมดก่อน จึงต้องร้องห้ามอย่างนั้น ” เทวดาได้ฟังเช่นนั้นจึงกล่าวเป็นคาถาว่า ” ทะเลใหญ่นี้จะลดลงหรือเต็มอยู่ก็ตามที ที่สุดของน้ำแห่งทะเลใหญ่นั้นที่บุคคลดื่มแล้ว ใคร […]

Read More

คนชั่วสรรเสริญกันเอง

คนชั่วสรรเสริญกันเอง

คนชั่วสรรเสริญกันเอง ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระเทวทัตกับพระโกกาลิกะต่างสรรเสริญกันเอง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นรุกขเทวดาประจำอยู่ที่ต้นละหุ่ง ในบริเวณบ้านหลังหนึ่ง วันหนึ่งได้มีวัวแก่ตัวหนึ่งในบ้านนั้นได้ตายลง เจ้าของบ้านได้ลากซากศพมันไปทิ้งให้เป็นอาหารสัตว์ไว้ที่ข้างต้นละหุ่งนั้น ต่อมาไม่นานมีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งมาแทะกินเนื้อวัวนั้นอยู่ และมีกาตัวหนึ่งบินมาจับที่ต้นละหุ่งนั้น ด้วยหวังจะกินเนื้อวัวนั้นเช่นกัน จึงพูดยกย่องสุนัขจิ้งจอกขึ้นว่า ” ท่านพญาเนื้อ ผู้มีร่างกายเหมือนโคถึก มีความองอาจดังราชสีห์ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแก่ท่าน ทำอย่างไร ข้าพเจ้าจักได้อาหารสักหน่อยหนึ่ง ”   สุนัขจิ้งจอกได้ฟังคำยกย่องนั้นแล้วก็ชื่นใจพูดตอบกลับไปว่า ” กุลบุตรย่อมสรรเสริญกุลบุตรด้วยกัน ท่านกาผู้มีสร้อยคองามเด่นเช่นนกยูง เชิญท่านลงมาจากต้นละหุ่ง มากินเนื้อให้สบายใจเถิด”   รุกขเทวดาเห็นกากับสุนัขจิ้งจอกกล่าวยกย่องกันตามที่ไม่เป็นจริง จึงกล่าวคาถาว่า ” บรรดามฤคชาติทั้งหลาย สุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์เลวที่สุด บรรดาปักษีทั้งหลาย กาเป็นสัตว์ที่เลวที่สุด และบรรดารุกขชาติทั้งหลาย […]

Read More

คุณธรรมของหัวหน้า

คุณธรรมของหัวหน้า

คุณธรรมของหัวหน้า ในกาลก่อน พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อพระญาติของพระองค์ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระโพธิ์สัตว์ไปเกิดเป็นพญาลิง มีพละกำลังมากเท่า ช้าง ๕ เชือก มีลิงบริวารประมาณ ๘๐,๐๐๐ ตัว อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ ในที่ไม่ไกลจากนั้น มีต้นมะม่วงต้นใหญ่สูงเทียมยอดเขาต้นหนึ่ง อยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา มีผลอร่อย หวานหอมคล้ายผลไม้ทิพย์ มีผลโตเท่าหม้อ ผลมะม่วงส่วนหนึ่งหล่นลงบนบก อีกส่วนหนึ่งหล่นลงแม่น้ำ เมื่อมะม่วงมีผล พญาลิงจะพาบริวารมาเก็บกินผลมะม่วงเป็นประจำ เพื่อป้องกันภัย  พญาลิงจึงให้บริวารเก็บผลมะม่วงจากกิ่งที่ยื่นไปในน้ำก่อนโดยไม่ให้มีผล เหลือเลยแม้แต่ผลเดียว แต่ทว่ามีผลมะม่วงสุกเหลืออยู่ลูกหนึ่งเพราะมดแดงไปทำรังครอบมันไว้จึงรอด พ้นจากสายตาของเหล่าลิงทั้งหลายไปได้ ผลมะม่วงสุกนั้นได้หล่นลงน้ำ ลอยไปติดข่ายของพระราชาเมืองพาราณสีที่ทรงให้ขึงไว้เพื่อทรงเล่นน้ำ เมื่อพวกทหารได้กู้ข่ายขึ้นเห็นผลมะม่วงใหญ่โตขนาดนั้น จึงตรัสถามว่า “นี่มันผลอะไรกัน” ทหาร “ไม่ทราบพระเจ้าข้า” เมื่อนายพรานป่าเข้าเฝ้าและทูลว่าเป็นผลมะม่วงจึงทรงเฉือนผลมะม่วงชิมดู รสของผลมะม่วงสุกแผ่ซาบซ่านไปทั่วทั้งกาย […]

Read More